ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา ประเทศไทยมีกฎหมายบังคับให้เด็กเล็กต้องนั่งคาร์ซีทหรือเบาะนิรภัยขณะโดยสารรถยนต์ พ่อแม่หลายคนยังไม่แน่ใจว่ากฎหมายครอบคลุมอะไรบ้าง ใครต้องปฏิบัติตาม และถ้าฝ่าฝืนจะโดนปรับเท่าไหร่ บทความนี้สรุปให้เข้าใจง่ายในที่เดียว
กฎหมายคาร์ซีทมีผลบังคับใช้เมื่อไหร่
กฎหมายฉบับนี้คือ พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2565 และมีผลบังคับใช้จริงตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2565 เป็นต้นมา (หลังประกาศ 120 วัน)
ใครต้องนั่งคาร์ซีทตามกฎหมาย
ตามมาตรา 123 ของพระราชบัญญัติจราจรทางบก กำหนดให้เด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ที่โดยสารอยู่ในรถยนต์ ต้องได้รับการป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุด้วยคาร์ซีทหรือที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่การอุ้มนั่งตักหรือรัดเข็มขัดนิรภัยของผู้ใหญ่
ฝ่าฝืนมีโทษปรับเท่าไหร่
หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท โดยกฎหมายมุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยของเด็กเป็นหลัก ไม่ใช่การเก็บค่าปรับ
ทำไมคาร์ซีทถึงสำคัญกว่าการอุ้มนั่งตัก
- เวลาเกิดอุบัติเหตุ แรงกระแทกจะทำให้อุ้มเด็กไว้ไม่อยู่ ต่อให้ผู้ใหญ่แข็งแรงแค่ไหนก็ต้านแรงเฉื่อยไม่ได้
- เข็มขัดนิรภัยของผู้ใหญ่ถูกออกแบบมาให้พอดีกับสรีระผู้ใหญ่ ไม่พอดีกับตัวเด็ก อาจรัดคอหรือหน้าท้องแทนที่จะรัดกระดูกเชิงกรานและไหล่
- คาร์ซีทที่ผ่านมาตรฐานสากล เช่น ECE R44/04 หรือ ECE R129 (i-Size) ผ่านการทดสอบแรงกระแทกโดยเฉพาะสำหรับเด็ก
เลือกคาร์ซีทอย่างไรให้ถูกต้อง
- เลือกรุ่นที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสากล มีฉลากรับรองชัดเจน
- เลือกขนาดให้เหมาะกับช่วงอายุและน้ำหนักของเด็ก บางรุ่นปรับใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิดถึง 12 ปี
- ติดตั้งด้วยระบบ ISOFIX จะช่วยลดความผิดพลาดจากการติดตั้งด้วยเข็มขัดนิรภัยรถยนต์เอง
- ตรวจสอบวันหมดอายุของคาร์ซีท เพราะพลาสติกและโฟมเสื่อมสภาพได้ตามเวลา
หากกำลังมองหาคาร์ซีทที่ผ่านมาตรฐาน ECE R44/04 พร้อมระบบ ISOFIX สามารถดูรุ่นที่ Kidilo Thailand มีจำหน่ายได้ที่ หมวดหมู่คาร์ซีท
